ผู้เขียน หัวข้อ: การให้อาหารสายยางกับผู้ป่วยควรระวังผลเสียต่อผู้ป่วยเรื่องใดบ้าง  (อ่าน 8 ครั้ง)

siritidaphon

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 650
    • ดูรายละเอียด
การให้อาหารสายยางกับผู้ป่วยควรระวังผลเสียต่อผู้ป่วยเรื่องใดบ้าง

การให้อาหารทางสายยาง (Tube Feeding) แม้จะเป็นวิธีที่ช่วยให้ผู้ป่วยได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอ แต่หากดูแลไม่ถูกต้องอาจเกิดผลเสียและภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายได้ครับ

"ผลเสียและข้อควรระวัง" ที่ผู้ดูแลต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดครับ:

1. ภาวะแทรกซ้อนทางระบบหายใจ (อันตรายที่สุด)
ปอดอักเสบจากการสำลัก (Aspiration Pneumonia): เกิดจากอาหารหรือน้ำย่อยไหลย้อนกลับเข้าสู่หลอดลมและปอด

วิธีป้องกัน: ต้องจัดท่าให้ผู้ป่วย นอนศีรษะสูง 30-45 องศา เสมอขณะให้อาหาร และคงท่าวางไว้หลังให้อาหารเสร็จอย่างน้อย 1 ชั่วโมง ห้ามให้นอนราบเด็ดขาดครับ

2. ภาวะแทรกซ้อนจากตัวสายยางเอง
การบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ: สายยางที่ใส่ทางจมูก (NG Tube) อาจเสียดสีจนเกิดแผลในโพรงจมูก คอหอย หรือหลอดอาหาร

สายยางอุดตัน (Tube Blockage): เกิดจากการล้างสายไม่สะอาดหรือบดยาไม่ละเอียดพอ ทำให้สายตัน ผู้ป่วยต้องเจ็บตัวจากการเปลี่ยนสายใหม่บ่อยๆ

การติดเชื้อ: หากอุปกรณ์ไม่สะอาด หรืออาหารปั่นมีการปนเปื้อน อาจทำให้เกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร

3. ปัญหาระบบทางเดินอาหาร
ท้องเสีย (Diarrhea): มักเกิดจากอาหารบูด, อาหารมีความเข้มข้นสูงเกินไป, หรือการปล่อยให้อาหารไหลเร็วเกินไปจนลำไส้ปรับตัวไม่ทัน

ท้องอืดและอาหารตกค้าง: เกิดจากกระเพาะอาหารย่อยไม่ทัน หรือมีปัญหาท้องผูกเรื้อรัง ทำให้อาหารสะสมและเสี่ยงต่อการขย้อนกลับ

ท้องผูก (Constipation): เนื่องจากการไม่ได้ขยับร่างกาย และปริมาณน้ำหรือกากใยในอาหารไม่เพียงพอ

4. ผลเสียด้านจิตใจและโภชนาการ
ความเครียดและซึมเศร้า: ผู้ป่วยจะสูญเสียความสุขจากการลิ้มรสอาหารและการเคี้ยว ซึ่งเป็นสัญชาตญาณพื้นฐาน ทำให้รู้สึกหดหู่ หรือไม่อยากอาหาร

ภาวะขาดน้ำหรือสารอาหาร: หากคำนวณสูตรอาหารไม่แม่นยำ หรือให้อาหารไม่ครบตามมื้อที่กำหนด อาจทำให้ผู้ป่วยน้ำหนักลด กล้ามเนื้อลีบ หรือมีภาวะขาดน้ำ (สังเกตจากริมฝีปากแห้ง หรือปัสสาวะสีเข้ม)

5. ปัญหาช่องปากและฟัน
แม้ไม่ได้ทานอาหารทางปาก แต่แบคทีเรียในช่องปากยังคงเติบโตได้ หากไม่ทำความสะอาดปากและลิ้นจะเกิดคราบสะสม ซึ่งหากสำลักน้ำลายที่มีเชื้อโรคเข้าไป อาจทำให้ปอดอักเสบได้เช่นกันครับ


💡 สรุป Checklist เพื่อป้องกันผลเสีย

เช็กตำแหน่งสาย: ดูขีดที่จมูกว่าเลื่อนหรือไม่ก่อนให้ทุกครั้ง

เช็กอาหารค้าง (Residual): ดูดดูว่ามื้อก่อนหน้าย่อยหมดหรือยัง

ความเร็วที่พอเหมาะ: ไม่ควรปล่อยอาหารไหลเร็วเกินไป (เฉลี่ย 30-45 นาทีต่อมื้อ)

ความสะอาด: ล้างมือ ล้างอุปกรณ์ และล้างสายด้วยน้ำสะอาด (Flush) เสมอ