แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - siritidaphon

หน้า: [1] 2 3 ... 50
1
บริการทำความสะอาด: สูตรน้ำยาถูพื้นทำเอง ปลอดสารเคมี ที่ปลอดภัยต่อสัตว์

โดยทั่วไป การทำความสะอาดบ้านจะเน้นการขจัดคราบให้หมดจดและสะอาดเป็นสำคัญ แต่สำหรับบ้านที่มีสัตว์เลี้ยงหรือเด็กเล็ก อาจต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยควบคู่ไปด้วยเช่นกัน ดังนั้น การเลือกน้ำยาถูพื้นทำความสะอาดจึงควรเลือกที่ปลอดภัยต่อทั้งคนและสัตว์เลี้ยง วันนี้จึงขอแนะนำสูตรน้ำยาถูพื้นทำเองแบบออร์แกนิกที่สามารถขจัดคราบได้อย่างหมดจดและปลอดภัย

ส่วนผสมที่ควรหลีกเลี่ยงในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้น

ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้นบางชนิดมีส่วนผสมที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและพื้นผิว สำหรับแม่บ้านพ่อบ้านที่ดูแลทั้งคนในบ้าน สัตว์เลี้ยง และการทำความสะอาด ควรเลือกผลิตภัณฑ์ถูพื้นที่ปราศจากส่วนผสมเหล่านี้

    สารฟอกขาว (Chlorine Bleach) เป็นสารเคมีอันตราย ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองตา จมูก และลำคอได้
    แอมโมเนีย (Ammonia) เป็นสารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อนและทำให้เกิดภาวะเป็นพิษ เมื่อสัมผัสโดนอาจทำให้เกิดอาการทางผิวหนังและระบบทางเดินหายใจ
    กรดไฮโดรคลอริก (Hydrochloric Acid) หรือกรดเกลือ เป็นสารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อน หากผิวหนังสัมผัสโดนในระดับที่เข้มข้นจะทำให้เกิดแผลพุพอง ปวดแสบปวดร้อน
    สารอินทรีย์ระเหยง่าย (Volatile Organic Compounds : VOCs) เป็นสารเคมีที่ระเหยง่าย ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจ และอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว เช่น โรคมะเร็งบางชนิด
    สารก่อภูมิแพ้ เช่น สารลดแรงตึงผิว (Surfactants) และสารกันเสีย (Preservatives) เป็นสารที่พบได้บ่อยในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ซึ่งอาจก่อให้เกิดอาการแพ้หรือระคายเคืองต่อผิวหนัง

แจกสูตรน้ำยาถูพื้นทำเอง ฉบับออร์แกนิก

บ้านที่มีเด็กและสัตว์เลี้ยงอาจต้องสัมผัสพื้นบ่อย ๆ การใช้สารเคมีอาจทำให้ระคายเคืองผิวหนังและทางเดินหายใจได้ น้ำยาถูพื้นทำเองสูตรออร์แกนิกจึงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและเหมาะสม

สูตร 1 : น้ำส้มสายชู + น้ำอุ่น

น้ำส้มสายชูเป็นน้ำยาทำความสะอาดที่มีประสิทธิภาพในการขจัดสิ่งสกปรก ไขมัน เชื้อโรค และปลอดภัยสำหรับสัตว์เลี้ยง

ในการทำน้ำยาถูพื้นแบบ DIY ควรผสมน้ำส้มสายชูกับน้ำอัตราส่วน 1:1 ในขวดสเปรย์หรือสเปรย์ม็อบ แล้วฉีดลงบนพื้นผิวที่ต้องการทำความสะอาด จากนั้นถูตามด้วยผ้าสะอาด และเช็ดให้แห้ง

สูตร 2 : น้ำส้มสายชู + เบกกิงโซดา + น้ำอุ่น

น้ำส้มสายชูและเบกกิงโซดา เป็นสารทำความสะอาดอเนกประสงค์ที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูง สามารถใช้ทำความสะอาดคราบสกปรกได้หลากหลายชนิด เช่น คราบไขมัน คราบเชื้อรา และกลิ่นไม่พึงประสงค์

สูตรน้ำยาถูพื้นทำเอง ผสมน้ำส้มสายชู 100 มล. เบกกิงโซดา 1 ช้อนโต๊ะ และน้ำอุ่น 400 มล. ให้เข้ากัน จากนั้นฉีดพ่นบนพื้นบริเวณที่ต้องการ และเช็ดทำความสะอาด

สูตร 3 : น้ำมะนาว + น้ำอุ่น

น้ำมะนาวมีกรดซิตริก ซึ่งเป็นกรดธรรมชาติที่ช่วยขจัดคราบและสิ่งสกปรกต่าง ๆ รวมถึงฆ่าเชื้อโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สูตรน้ำยาถูพื้นแบบปลอดสารเคมี ปลอดภัยต่อสัตว์ ให้ผสมน้ำมะนาวและน้ำ 1:4 ส่วน เช็ดทำความสะอาดพื้นได้ตามปกติ

สูตร 4 : สบู่เหลวสูตรอ่อนโยน + น้ำ

สูตรสบู่เหลวสูตรอ่อนโยนผสมน้ำ สามารถใช้ทำน้ำยาถูพื้นได้ โดยมีคุณสมบัติในการทำความสะอาดได้ดี อ่อนโยนต่อผิวหนัง ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง และไม่ทิ้งคราบขาวบนพื้น

ผสมสบู่เหลวสูตรอ่อนโยนกับน้ำในอัตราส่วน 1:3 คนให้เข้ากันจนสบู่เหลวละลายหมด แล้วเทน้ำยาถูพื้นลงในถังน้ำสำหรับถูพื้น จากนั้นใช้ไม้ถูพื้นให้ทั่ว ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที แล้วเช็ดออกด้วยน้ำสะอาดอีกรอบ

เคล็ดลับการทำความสะอาดบ้านที่ช่วยลดความเสี่ยงให้สัตว์เลี้ยง

    ทำความสะอาดเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เพื่อขจัดสิ่งสกปรก ฝุ่น และขนสัตว์ที่อาจสะสมและก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพได้
    เก็บสัตว์เลี้ยงไว้ในห้องแยกต่างหากหรือข้างนอก เมื่อทำความสะอาด จะช่วยป้องกันไม่ให้สัตว์เลี้ยงสัมผัสกับสารเคมีที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพได้
    ระบายอากาศภายในบ้าน ช่วยให้อากาศภายในบ้านถ่ายเทได้สะดวก ช่วยลดปริมาณฝุ่นละออง สารก่อภูมิแพ้ และสารเคมีอันตรายต่าง ๆ เช่น การเปิดหน้าต่าง เปิดพัดลม หรือใช้เครื่องฟอกอากาศ
    หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายต่อสัตว์เลี้ยง เช่น สารฟอกขาว แอมโมเนีย หรือกรดต่าง ๆ ควรใช้ผลิตภัณฑ์น้ำยาถูพื้นที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับสัตว์เลี้ยง หรือปราศจากสารเคมีที่เป็นอันตราย
    เลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีฉลากเขียว เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปราศจากสารเคมี ปลอดภัยสำหรับสัตว์เลี้ยง และเพื่อสุขภาพที่ดีของทุกคนในครอบครัว

2
ข้อควรระวัง ! การให้อาหารสายยาง

อาหารสายยาง อาหารปั่นผสม ที่เป็นอาหารสุขภาพ ถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ป่วยที่ไม่สามารถรับประทานอาหารเองได้ เพราะหากผู้ป่วยไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอ ก็อาจจะทำให้ร่างกายขาดสารอาหารและเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาได้

ดังนั้นการให้อาหารทางสายยางจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด เพราะอาหารปั่นผสมนั้น มีสารอาหารครบ 5 หมู่ และมีความปลอดภัย เป็นที่ยอมรับและเป็นนิยมสำหรับผุ้ป่วยในโรงพยาบาล รวมไปถึงผู้ป่วยที่ต้องไปรักษาตัวต่อที่บ้าน อาหารปั่นผสมก็หาซื้อได้ง่ายและมีราคาที่สูงมาก อย่างอาหารปั่นผสม เรามีจำหน่ายที่โรงพยาบาลธนบุรี 2 และโรงพยาบาลกรุงเทพ-พัทยา ซึ่งมีความปลอดภัยและสะอาดอย่างแน่นอน เพราะเราทำการผลิตในห้องปลอดเชื้อของโรงพยาบาล อาหารปั่นผสม จึงได้มาตรฐานในระดับโรงพยาบาล

สำหรับผู้ป่วยที่ต้องกลับไปรักษาตัวต่อที่บ้าน และต้องให้อาหารทางสายยาง ก็สามารถหาซื้อได้ หากไม่สะดวกจะทำเองและกังวลเพราะไม่มีนักโภชนาการดูแลเรื่องอาหาร ก็สามารถหาซื้อได้ แต่อีกข้อหนึ่งที่สำคัญมาก เกี่ยวกับเรื่องให้อาหารผู้ป่วยทางสายยาง ญาติควรมีความรู้ในเรื่องของการให้อาหารทางสายยาง ทำตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อความปลอดภัยต่อผู้ป่วย

สำหรับข้อควรระวังในการให้อาหารทางสายยางนั้น ควรดูแลความสะอาดบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ เปลี่ยนถุงปัสสาวะ และแผ่นรอบซับให้เรียบร้อย ก่อนให้อาหารทางสายยาง ควรตรวจสอบดูอาหารหรือน้ำย่อย ที่ออกมาว่ามีสีที่ผิดปกติหรือไม่ เช่น หากมีสีน้ำตาลหรือสีแดง แสดงว่า ผู้ป่วยอาจจะมีเลือดออกในกระเพาะอาหาร ให้รีบปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการดูแล

และข้อที่สำคัญมากๆที่ต้องระวังมากเป็นพิเศษ ก็คือในขณะที่ให้อาหารทางสายยาง หากผู้ป่วยมีการไอ จาม หรือสำลัก ให้รีบหักพับสายรอจนกระทั่งหยุดไอ จึงเริ่มปล่อยอาหารอย่างช้าๆ หรือหากมีการเปลี่ยนแปลง ต้องหยุดให้อาหารทางสายยางทันที เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย ดังนั้น ผู้ที่จะใช้อาหารทางสายยางแก่ผู้ป่วย ต้องมีพื้นฐานเรื่องดังกล่าว หากไม่ระมัดระวัง อาจจะเกิดอันตรายต่อผู้ป่วยได้

3
การจัดฟันเด็กมีข้อเสียบ้างหรือไม่

การจัดฟันในเด็กมีประโยชน์มากมายในการแก้ไขปัญหาการเรียงตัวของฟันและขากรรไกรตั้งแต่เนิ่นๆ แต่ก็มีข้อเสียและข้อควรพิจารณาบางอย่างที่คุณพ่อคุณแม่ควรทราบ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือได้อย่างถูกต้องค่ะ

1. ความไม่สบายตัวและผลข้างเคียง

ในช่วงแรกของการจัดฟัน เด็กอาจรู้สึกไม่สบายตัวหรือมีอาการปวดเล็กน้อย เนื่องจากเครื่องมือจัดฟันกำลังออกแรงดันเพื่อเคลื่อนฟันและปรับโครงสร้าง นอกจากนี้ ยังอาจมีอาการระคายเคืองในช่องปากจากเครื่องมือได้ ซึ่งอาการเหล่านี้มักจะหายไปเองเมื่อเด็กเริ่มคุ้นชิน

2. ความเสี่ยงด้านสุขภาพช่องปาก

หากดูแลความสะอาดไม่ดีพอ การจัดฟันอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดปัญหาตามมาได้

ฟันผุ: เครื่องมือจัดฟันอาจทำให้เศษอาหารติดค้างได้ง่าย หากแปรงฟันไม่สะอาดพอ อาจทำให้เกิดฟันผุได้ง่ายขึ้น

เหงือกอักเสบ: การสะสมของคราบจุลินทรีย์รอบๆ เครื่องมืออาจทำให้เหงือกบวมแดงและเกิดการอักเสบ

การละลายของรากฟัน: ในบางกรณีที่พบน้อยมาก การเคลื่อนฟันอาจส่งผลให้รากฟันสั้นลงได้เล็กน้อย ซึ่งทันตแพทย์จะทำการตรวจเช็กอย่างสม่ำเสมอ

3. ความท้าทายสำหรับเด็กและผู้ปกครอง

วินัยในการรักษา: การจัดฟันต้องอาศัยวินัยและความร่วมมือจากเด็กอย่างมาก โดยเฉพาะการทำความสะอาดฟันและปฏิบัติตามคำแนะนำของทันตแพทย์

การเปลี่ยนแปลงทางด้านการกิน: เด็กอาจต้องหลีกเลี่ยงอาหารบางชนิดที่แข็งหรือเหนียว เพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องมือเสียหาย

ค่าใช้จ่ายและเวลา: การจัดฟันต้องใช้เวลาในการรักษาค่อนข้างนาน และต้องมาพบทันตแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งอาจมีค่าใช้จ่ายและใช้เวลาเดินทางสำหรับผู้ปกครอง

อย่างไรก็ตาม ข้อเสียเหล่านี้สามารถลดความเสี่ยงลงได้อย่างมากด้วยการดูแลรักษาความสะอาดอย่างเคร่งครัดและปฏิบัติตามคำแนะนำของทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอค่ะ

4
ซุปฟักทอง Pumpkin Soup อาหารพร้อมทาน

อาหารพร้อมทาน ซุปฟักทอง หอมอร่อย เนื้อเต็มๆ
ซีกซองสามารถทานได้เลย ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ
ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อโดยใช้ความร้อนสูง และบรรจุในถุงอลูมิเนียม
เพื่อรักษาคุณภาพและความสดอร่อย โดยสามารถเก็บที่อุณหภูมิห้อง
ไม่จําเป็นต้องแช่เย็นเก้บได้นานถึง 18 เดือน

ขนาด 180 กรัม

ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร ( Information for food allergy )
ผลิตภัณฑ์นี้มีส่วนผสมของ ขึ้นฉ่ายฝรั่งและผลิตภัณฑ์จากนม อาจมีข้าวสาลี ซัลไฟล์และถั่วเหลือง
This product contains : celery and milk product and might contain wheat,sulphides and soybean

วิธีอุ่นร้อน
1. นำซองไปต้มในน้ำร้อน อุณหภูมิ 90-100C เวลา 3 นาที
Heat the pouch in boiling water ( 90 - 100c for 3 mins
2. ฉีดซอง เทใส่ภาชนะ อุ่นด้วยไมโครเวฟ ความร้อน 800 วัตต์ ( 2 นาที )
Pour the food in a microwaveable bowl and heat in 800 watts microwave about 2 mins

บรรจุภัณฑ์ไม่สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้ ( This packaging is not suitable for microwave use. )
อย 10-1-01554-5-0144
ฮาลาล
 
ช่องทางการสั่งซื้อ
 
เบอร์ : 02-398-5600 , 063-207-6926
Line : https://lin.ee/YWCEYud
page : https://www.facebook.com/BYSNFOOD
Shopee : https://shopee.co.th/sn.foods



5
Dseelin มีสารอาหารครบ 5 หมู่ และมีโปรตีนสูง สามารถใช้ได้กับบุคคลทั่วไปที่ไม่มีมีโรคประจำตัว สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวต้องนำสูตรไปปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยของสุขภาพของท่าน

ใครทาน D.seelin ได้บ้าง
 ผู้สูงอายุ
 ผู้ป่วยที่ให้อาหารทางสายให้อาหาร
 ผู้มีปัญหาการเคี้ยว เช่น ทำศัลยกรรม
 เด็กที่มีอายุ 6 เดือนขึ้นไป

อาหารปั่นผสมพร้อมทาน D.seelin
1 ซองให้คุณค่าทางโภชนาการเทียบเท่าอาหาร 1 มื้อ
 โปรตีนสูงจากเนื้ออกไก่
 วัตถุดิบสดมีคุณภาพ
 สารอาหารครบถ้วน 5 หมู่

ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร : มีไข่ มีผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง
การเก็บรักษา : สามารถเก็บไว้โดยไม่ต้องแช่เย็นควรเก็บในสภาวะแห้งและเย็น

วิธีการรับประทาน มีทั้งหมด 3 วิธี

1.ฉีกซองทานได้ทันที
2.แช่ซองในน้ำอุ่น อุณหภูมิ 90-100 C เวลา 1-2 นาที
3.อุ่นด้วยไมโครเวฟ ความร้อน 800 วัตต์ ( 1 นาที ) / 1300 วัตต์ ( 0.45 ) นาที

*บรรจุภัณฑ์นี้ไม่สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้ ต้องเทใส่ภาชนะก่อนนำมาอุ่นในไมโครเวฟ*

ข้อแนะนำในการใช้

- เขย่าถุงอาหารให้เป็นเนื้อเดียวกันก่อนรับประทาน
- หลังเปิดซองควรรับประทานให้หมดในครั้งเดียว
- อาจมีการตกตะกอน เนื่องจากมีส่วนประกอบจากธรรมชาติ

อายุของอาหารเก็บได้ 1 ปี
ขนาดบรรจุ 300 กรัม
เลข ( อย ) : 10-1-01554-5-0127

1 ซอง ราคา 95บาท (ชดเชยอาหารครบถ้วนใน 1มื้อ)
6 ซอง ราคา 570 บาท
28 ซอง ราคา 2,660 บาท

 ช่องทางการสั่งซื้อ
 Inbox page : https://web.facebook.com/dseelin
 Line : @dseelin / https://lin.ee/gOiFMa4
 เบอร์ : 085-676-2222
 พิกัด : https://shopee.co.th/dseelin_official


6
คอร์ส 5 สูตรซอส+น้ำจิ้มพื้นฐาน สร้างรายได้ สไตล์ครูแมกซ์
เคล็ดลับซอสเด็ด! ที่จะเปลี่ยนอาหารธรรมดาให้กลายเป็นรายได้ให้คุณง่ายๆ!
อาหารจะอร่อยได้ ต้องมีซอสและน้ำจิ้มที่ลงตัว แต่คุณอาจ…จะ
✅ ไม่รู้สูตรที่ทำแล้วได้รสชาติที่ลูกค้าส่วนใหญ่ชอบ
✅ วิธีผสมเครื่องปรุงแล้วทำให้รสชาติคงที่
✅ ยังชิมไม่รู้ว่า รสชาติของซอสหรือน้ำจิ้มนั้น ควรมีรสชาติแบบไหน รสไหมมาก่อนมาหลัง ยังไงที่เขาเรียกว่า กลมกล่อม เวลาปรุงทำยังไงก็ไม่อร่อยเท่ากันสักที!!
ครูแมกซ์จะเปลี่ยนคุณให้เป็นมืออาชีพ!

5 สูตรเด็ดที่คุณจะได้เรียนรู้:
✓ น้ำจิ้มซีฟู้ด ตำรับมุนินทร์ รสชาติที่ทำกินเองทำขายจริงมาตลอด10ปี
✓ น้ำยำพื้นฐาน ที่ทำง่ายอร่อยไม่ยากทำขายได้จริง (สูตรน้ำมะนาวบีบสดๆ)
✓ ซอสผัดไทยสไตล์โฮมเมด รสชาติกลมกล่อม 3รส
✓ ซอสน้ำปลา สูตรลับที่ทำให้อาหารธรรมดากลายเป็นจานเด็ด
✓ น้ำจิ้มแจ่ว รสเด็ดที่คู่กับอาหารได้หลากหลาย
#แม้ไม่เคยทำอาหาร ก็ทำตามได้!

ครูแมกซ์จับมือพาทำไปด้วยกันแบบ
✅ เรียนรู้แบบทีละขั้นตอน ไม่มีสับสน
✅ ใช้เวลาเรียนน้อย ทำตามได้จริง
✅ เริ่มขายได้ทันทีหลังเรียนจบ
สูตรซอสดี = อาหารอร่อย = ลูกค้าประทับใจ = รายได้เพิ่มทันที
สมัครวันนี้! เริ่มสร้างรายได้พรุ่งนี้ด้วยซอสและน้ำจิ้มสูตรเด็ดจากครูแมกซ์!

สนใจติดต่อสอบถามข้อมูล
ไลน์ ID  :  @krumax
Page FB : https://web.facebook.com/profile.php?id=61569480015186
เว็บไซด์ : https://krumax.net/krumaxcourse/
เบอร์โทร : 081-413-4479


7
บริการด้านอาหาร: อาหารต้านอนุมูลอิสระ รับประทานอย่างไร

หลายคนทราบกันดีอยู่แล้วว่า การที่เราได้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์นั้น ดีต่อร่างกายของเราอย่างไร บางคนมีโรคประจำตัว หรืออยู่ในช่วงของการเจ็บป่วย ซึ่งจำเป้นอน่างมากที่ต้องได้รับสารอาหารที่เพียงพอ หรืออาหารที่เป็นแหล่งสารต้านอนุมูลอิสระสารต้านอนุมูลอิสระ โดยส่วนใหญ่จะอยู่ในผักผลไม้ ซึ่งผักผลไม้มีคุณประโยชน์ด้านเป็นอาหาร กากใย ซึ่งช่วยการขับถ่าย ส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกัน ต้านการเจ็บป่วย ตลอดจนมีฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็งด้วย

แต่ถ้าจะให้ได้ประโยชน์กับร่างกายที่สุด ควรรับประทานผักผลไม้ที่หลากหลายและมีสีสันต่างๆ หมุนเวียนไป เพื่อให้ร่างกายได้รับสารต่างๆ ที่เป็นประโยชน์อย่างสมดุล สิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งที่เราเน้นย้ำมาตลอดนั่นก็คือ การรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ ซึ่งจะเป็นการทำให้ร่างกายของเราได้รับสารที่จำเป็นและครบถ้วน อย่างไรก็ตาม คนที่ป่วยเป็นโรคมะเร็ง โดยเฉพาะผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด

ยิ่งจำเป็นที่จะต้องรับประทานอาหารให้ครบถ้วน และใส่ใจในเรื่องของอาหารการกินให้มากเป็นพิเศษ เพราะผลข้างเคียงของยาเคมีบำบัดนั้น อาจจะทำให้ร่างกายของเรารู้สึกไม่อยากรับประทานอาหาร หรือบางคนมีแผลในปากซึ่งก็เป็นอุปสรรค

และอีกอย่างหนึ่งก็คือ อาจจะทำให้ผู้ป่วยมีสัมผัสรสชาติที่เปลี่ยนไปทำให้รับประทานอาหารไม่อ่อนเหมือนเดิม ดังนั้น การรับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ จึงเป็นประโยชน์ต่อร่างกายในแง่ของการยับยั้งเซลล์มะเร็งด้วย ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึงการรับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ ว่าต้องรับประทานอย่างไรบ้าง และต้องปฏิบัติตัวอย่างไรบ้าง

สำหรับสารต้านอนุมูลอิสระ ได้แก่ วิตามินซี วิตามินอี ซีลีเนียม เบต้าแคโรทีน วิตามินเอ เป็นต้น เพื่อให้ร่างกายได้รับสารต้านอนุมูลอิสระพอเพียงกับความต้องการ เราควรรับประทานผัก ผลไม้ สีเข้มเป็นประจำโดยล้างให้สะอาดทุกครั้ง นอกจากจะได้รับสารต้านอนุมูลอิสระแล้วยังได้รับใยอาหารด้วย ร่างกายของเราจำเป็นต้องได้รับใยอาหาร เนื่องจากใยอาหารช่วยในการขับถ่าย ช่วยเพิ่มปริมาณอุจจาระ ช่วยป้องกันอาการท้องผูก ช่วยนำคอเลสเตอรอลออกจากร่างกาย เร่งการนำสารพิษที่อาจทำให้เป็นมะเร็งบางชนิดออกจากร่างกายเร็วขึ้น

นอกจากนี้ สารต้านอนุมูลอิสระยังช่วยสามารถลดความเสี่ยงต่อโรคหลายโรค เช่น โรคมะเร็ง เบาหวาน หัวใจและหลอดเลือด โรคอัลไซเมอร์ เป็นต้น รวมทั้งช่วยชะลอกระบวนการขั้นตอนที่ทำให้เกิดความแก่ โดยปกติร่างกายสามารถกำจัดอนุมูลอิสระก่อนที่มันจะทำอันตราย แต่ถ้ามีการสร้างอนุมูลอิสระเร็วหรือมากเกินกว่าที่ร่างกายกำจัดได้ทัน จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพ

สารต้านอนุมูลอิสระลดความเสียหายที่เกิดจากอนุมูลอิสระได้ 2 ทางคือ ลดการสร้างอนุมูลอิสระในร่างกาย ลดอันตรายที่เกิดจากอนุมูลอิสระ ดังนั้น คนทุกเพศทุกวัยจึงควรได้รับสารต้านอนุมูลอิสระให้พอเพียงต่อความต้องการในแต่ละวัน เพื่อให้เกิดความสมดุลในร่างกายระหว่างสารต้านอนุมูลอิสระและอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้น สำหรับการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี ควรเน้นผัก ผลไม้ ถั่ว

โดยเฉพาะถั่วเหลือง และธัญพืชเป็นประจำ ลดอาหารไขมัน รับประทานอาหารให้หลากหลาย ลดอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง เพิ่มคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ลดอาหารเค็ม อาหารหมักดอง ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อย 1-2 ลิตรต่อวัน เพียงเท่านี้เราก็จะมีสุขภาพที่แข็งแรง ห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บได้แล้ว อีกอย่างหนึ่งที่ไม่ควรละเลยก็คือ การออกกำลังกาย เพื่อช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายอีกทางหนึ่ง สำหรับใครที่มีพฤติกรรมการสูบบุหรี่ก็ควรงดสูบบุหรี่ งดดื่มแอลกอฮอล์ จะทำให้ร่างกายแข็งแรง ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคร้ายได้

อย่างไรก็ตาม ทางเราใส่ใจในเรื่องของการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ของทุกคน เพื่อให้ทุกคนได้มี สุขภาพที่ดี เรามักจะย้ำมาเสมอว่า การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และต้องรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม

หรือรับประทานอย่างถูกต้อง ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีต่อสุขภาพ ที่สำคัญควรหมั่นออกกำลังกายเพื่อให้มีร่างกายที่แข็งแรง ดื่มน้ำเป็นประจำ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพียงเท่านี้ก็จะสามารถช่วยทำให้ห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บได้แล้ว เพราะการไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ แถมยังทำให้เราสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างเต็มที่ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วย

8
เด็กฟันแท้หาย เข้ารับการจัดฟันเด็ก อาจช่วยได้

เด็กๆหลายคนมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพช่องปากและฟันตั้งแต่อายุยังน้อย เนื่องจากทำความสะอาดฟันได้ไม่ถูกวิธี ซึ่งการที่เราทำความสะอาดช่องปากได้ไม่ทั่วถึง อาจจะทำให้เราเกิดเป็นโรคฟันผุได้ โรคฟันผุในเด็กนั้นต้องบอกว่ามีเด็กจำนวนไม่น้อยที่มีฟันผุตั้งแต่อายุยังน้อย เพราะเนื่องจากเด็กๆ ชอบรับประทานขนมของหวาน ลูกอม และไม่ได้รับการทำความสะอาดฟันที่ดี จึงทำให้เกิดคราบบนผิวฟันและส่งผลทำให้เกิดฟันผุได้ ถึงแม้ว่าเด็กบางคนยังมีฟันน้ำนมอยู่

แต่เราก็ต้องดูแลให้ดี เพราะพ่อแม่ผู้ปกครองส่วนใหญ่คิดว่าฟันน้ำนมของเด็กนั้น ไม่มีความสำคัญ เพราะคิดว่าเดี๋ยวฟันแท้ก็งอกขึ้นมาแทนที่ ซึ่งความคิดนี้ถือว่าผิดและส่งผลเสียต่อตัวเด็กโดยตรง ฟันน้ำนมนั้น ส่งผลต่อการขึ้นของฟันแท้ ถ้าหากฟันน้ำนมหลุดก่อนเวลาอันควร อาจจะทำให้ฟันแท้ไม่สามารถงอกขึ้นมาได้ เนื่องจากโครงสร้างของฟันแท้ยังสร้างไม่เสร็จ ซึ่งปัญหานี้ถือว่าเด็กหลายคนมักจะพบเจอได้บ่อย เพราะฉะนั้น พ่อแม่ผู้ปกครอง ควรสอนให้ลูกรู้จักดูแลรักษาสุขภาพช่องปากและฟัน ตั้งแต่เด็กเด็กปลูกฝังให้เขารู้จักวิธีการทำความสะอาดช่องปากและฟันอย่างถูกวิธีและให้ใส่ใจในเรื่องของช่องปากให้มากเป็นพิเศษ เพื่อที่จะได้ไม่เกิดปัญหาฟันในอนาคต

สำหรับวันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องของที่ฟันแท้หายหรือไม่สามารถขึ้นมาได้ ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันและอาจทำให้เกิดปัญหาฟันได้เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ดังนั้น การเข้ารับการจัดฟันในเด็กอาจจะช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ พ่อแม่ผู้ปกครองควรสังเกตฟันของบุตรหลานของท่าน ถ้าหากพบสัญญาณผิดปกติให้รีบพาหลานของท่านเข้าพบทันตแพทย์จัดฟันเพื่อเข้ารับการแก้ไข

เราจะมาอธิบายของกระบวนการการขึ้นของฟันก่อน เพื่อที่จะได้เห็นภาพมากยิ่งขึ้น ในวัยทารกทุกคนมีหน่อฟันที่เจริญอยู่ใต้เหงือกตั้งแต่ในท้องแม่และพร้อมจะเริ่มงอกเมื่ออายุครบ 6 เดือน ฟันหน้า 2 ซี่ล่างจะงอกก่อน ตามด้วยฟันหน้าด้านบน 4 ซี่ และจากนั้นจึงเป็นฟันหน้าล่างอีก 2 ซี่ ส่วนฟันที่เหลือจะงอกครั้งละสองซี่ ซี่ละข้าง และฟันน้ำนมนี้จะงอกครบทั้งหมด 20 ซี่เมื่อเด็กอายุ 3 ขวบ แต่เด็กบางคนฟันงอกช้า ซึ่งสาเหตุของของฟันขึ้นช้า อาจเกิดจาก 2 กรณี ก็คือยังไม่ถึงกำหนดอายุที่ฟันแท้จะขึ้น โดยปกติ ฟันแท้ซี่กลางด้านบนจะขึ้นเมื่ออายุ 7-8 ปี และหากฟันน้ำนมซี่หลุดออกไปก่อนจากสาเหตุอื่นๆ เช่น มีฟันผุ หรือเกิดอุบัติเหตุ เป็น  และฟันซี่ที่หลุดไปนั้น เป็นฟันแท้ ดังนั้น ก็ย่อมจะไม่มีฟันงอกออกมาอีก แต่วันนี้เราจะมาพูดถึงกรณีที่เด็กฟันแท้ไม่ขึ้น อาการฟันหาย เกิดจากฟันขึ้นเองไม่ได้เองตามธรรมชาติ แต่กลับไปฝังอยู่ในกระดูกขากรรไกร

ซึ่งฟันน้ำนม คือเครื่องมือรักษาช่องว่างตามธรรมชาติในขากรรไกร เพื่อกันพื้นที่ให้ฟันแท้ขึ้น แต่หากต้องถอนฟันน้ำนมทิ้ง ก่อนเวลาอันควร ก็จะทำให้ขาดความสมดุลของฟันที่เหลือในช่องปาก ฟันซี่อื่นอาจเคลื่อนตัวเข้ามาในช่องว่าง ของฟันน้ำนมที่ถูกถอนไป ทำให้ฟันแท้ที่จะขึ้นขาดพื้นที่ ไม่สามารถงอกขึ้นมาได้ตามธรรมชาติ ซึ่งการเข้ารับการจัดฟันในเด็กสามารถแก้ไขปัญหาฟันหายได้ ถ้าหากบุตรหลานของท่าน มีอาการฟันแท้หายหรือขึ้นไม่ครบ ก็ควรพาบุตรหลานของท่านมาพบทันตแพทย์จัดฟัน เพราะอาจช่วยดึงฟันที่ฝังให้งอกขึ้นมาได้ เพื่อให้บุตรหลานของท่านได้มีฟันที่สวยงาม สามารถบดเคี้ยวอาหารได้อย่างเต็มที่ และมีบุคลิกภาพที่ดี

หากพ่อแม่ผู้ปกครองท่านใด สนใจพาบุตรหลานของท่านเข้ารับการจัดฟันในเด็ก ก็สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่คลินิกได้ เพราะทางเรามีทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการจัดฟันในเด็ก และมีประสบการณ์ด้านทันตกรรมมาอย่างยาวนาน จึงทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองวางใจได้เลยว่า บุตรหลานของท่านจะมีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดีขึ้นได้อย่างแน่นอน

9
อาชีพเสริมขายไข่ตุ๋นนมสด เมนูไข่ ทำง่าย นุ่มละมุน พร้อมเทคนิคทำไข่ให้เนื้อสัมผัสเนียนนุ่ม

ไข่ตุ๋นนมสด อาหารจานนี้ผสมผสานความนุ่มละมุนของไข่นึ่งเข้ากับรสชาติเข้มข้นของนมสด ทำให้เป็นเมนูโปรดของครอบครัว อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ และปรุงง่ายที่บ้าน อาหารทานเล่นที่ให้ความรู้สึกสบายใจ คงไม่มีอะไรเทียบได้กับไข่นึ่งร้อนๆนุ่มๆนุ่มละมุน ในอาหารไทย ลองนำสูตรนี้ไปทำตามกันดูรับรองว่าอร่อยถูกใจคนในครอบครัวแน่นอน

อะไรที่ทำให้ไข่นึ่งนมสดพิเศษ?
ต่างจากไข่นึ่งธรรมดาตรงที่การเติมนมสดเข้าไปทำให้เมนูนี้มีเนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่มและกลิ่นหอมหวานเล็กน้อย รสชาติเบาแต่อิ่มท้อง เหมาะสำหรับเด็ก ผู้สูงอายุ หรือใครก็ตามที่กำลังมองหาอาหารเพื่อสุขภาพที่อ่อนโยน เพียงแค่มีส่วนผสมไม่กี่อย่างและขั้นตอนการปรุงง่ายๆ คุณก็จะได้เมนูที่ทั้งอบอุ่นและดีต่อสุขภาพ

ส่วนผสมหลัก
ในการเตรียมไข่นึ่งแบบโฮมเมดคลาสสิกด้วยนมสด คุณต้องมีสิ่งต่อไปนี้:
ไข่สด 2–3 ฟอง
นมสด ½ ถ้วย (นมสดจะดีที่สุด)
เกลือหรือซีอิ๊วขาวเล็กน้อยสำหรับปรุงรส
ท็อปปิ้งเสริม เช่น ต้นหอม กระเทียมเจียว หรือหมูสับ

วิธีทำไข่นึ่งด้วยนมสด
ตีไข่ – ตอกไข่ใส่ชามแล้วตีจนเข้ากันดี
เติมนมสด – เทนมสดลงไปแล้วคนเบาๆ ให้เข้ากัน นี่คือเคล็ดลับที่ทำให้ได้เนื้อครีมเนียนเหมือนคัสตาร์ด
ปรุงรสเบาๆ – เติมเกลือเล็กน้อยหรือซีอิ๊วขาวเล็กน้อย ระวังอย่าปรุงรสมากเกินไป เพราะรสชาติจะยังคงความนุ่มนวล
กรองส่วนผสม – เพื่อให้ได้ความเนียน ให้กรองส่วนผสมผ่านตะแกรงละเอียดลงในชามทนความร้อน
นึ่งเบา ๆ – วางชามลงในหม้อนึ่ง ใช้ไฟอ่อนประมาณ 10-15 นาที หรือจนกว่าไข่จะสุก ปิดชามด้วยฟอยล์หรือฝาปิดเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำหยดลงบนผิว
ตกแต่งและเสิร์ฟ – โรยต้นหอมซอย กระเทียมเจียว หรือหมูสับสักช้อนเพื่อเพิ่มรสชาติ เสิร์ฟอุ่นๆ พร้อมข้าวสวยร้อนๆ
ทำไมจึงเหมาะสำหรับการทำอาหารที่บ้าน
ไข่ตุ๋นนมสดเป็นเมนูที่เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัวเหมาะกับทุกเพศทุกวัย ใช้วัตถุดิบน้อย ใช้เวลาไม่ถึง 20 นาที ให้โปรตีนสูง เนื้อสัมผัสนุ่มละลายในปาก ไม่ว่าจะเสิร์ฟเป็นอาหารจานหลักหรือเครื่องเคียง ก็เข้ากันได้ดีกับข้าวสวยและอาหารไทยแบบบ้านๆ อื่นๆ

เคล็ดลับเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
ควรใช้ไฟอ่อนในการนึ่งเพื่อป้องกันฟองอากาศหรือรอยแตกบนพื้นผิว
หากต้องการรสชาติที่เข้มข้นขึ้น ลองใช้น้ำสต็อกไก่ร่วมกับนม
หากคุณชอบรสชาติเผ็ดร้อน ให้ราดด้วยซอสถั่วเหลืองและน้ำมันงาก่อนเสิร์ฟ

ไข่ตุ๋นนมสด (ไข่ตุ๋นนมสด) คือตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบของการทำอาหารแบบบ้านๆ ง่ายๆ ที่ให้ความอบอุ่นและอิ่มอร่อยบนโต๊ะอาหาร เพียงแค่ไข่ นม และเครื่องปรุงเล็กน้อย คุณก็สามารถสร้างเมนูที่เนียนนุ่ม อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ และให้ความรู้สึกสบายใจอย่างแท้จริง นี่เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าบางครั้งมื้ออาหารที่อร่อยที่สุดก็มาจากสูตรอาหารที่เรียบง่ายที่สุด

10
ถ้าเด็กไม่สวมใส่เครื่องมือจัดฟันเด็ก EF LINE จะส่งผลอย่างไรบ้าง

การจัดฟันในเด็ก ถือว่าเป็นการรักษาอย่างหนึ่งทางทันตกรรมที่มีประสิทธิภาพมาก ในแง่ของการแก้ไขปัญหาฟันของเด็ก ซึ่งปัจจุบันนี้มีเด็กจำนวนมากที่เป็นโรคฟันผุ บางรายพบเด็กเริ่มฟันผุตั้งแต่อายุเพียง 9 เดือน เพราะขาดการดูแลเอาใจใส่หรือรักษาความสะอาดฟันของเด็กที่ผิดวิธี

รวมไปถึงการมีความเชื่อผิดๆของพ่อแม่ผู้ปกครองหลายคนที่คิดว่า เมื่อเด็กโตพอรู้เรื่องแล้วค่อยสอนให้แปรงฟัน จนทำให้กว่าเด็กจะเริ่มแปรงฟันเองได้ก็ประมาณ 3-5 ขวบแล้ว พอฟันผุ เด็กก็รับประทานอาหารได้น้อย เพราะไม่สามารถบดเคี้ยวอาหารได้ดี

ทำให้ได้รับสารอาหารที่ไม่ครบถ้วน ซึ่งส่งผลต่อพัฒนาการของเด็ก ดังนั้น ถ้าหากปล่อยไว้นาน เด็กจะเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพช่องปากและฟัน ซึ่งฟันถือเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งที่สำคัญต่อการใช้ชีวิตประจำวันและฟันก็ต้องอยู่กับเด็กไปตลอดชีวิต ถ้าเด็กมีปัญหาฟัน พ่อแม่ผู้ปกครองควรที่พาเด็กเข้ามารับการรักษา หรือถ้าหากเด็กมีปัญหาเรื่องของรูปร่างของฟัน ก็ควรพาเด็กเข้าพบทันตแพทย์เพื่อเข้ารับการจัดฟัน

เพราะในปัจจุบัน เด็กสามารถเข้ารับการจัดฟันได้ตั้งแต่อายุ 4 ปี ซึ่งการจัดฟันในเด็ก ด้วยการใช้เครื่องมือ EF LINE นั้น นอกจากจะช่วยแก้ไขปัญหาฟันในเด็กแล้ว ยังสามารถช่วยในเรื่องของความผิดปกติขิงกล้ามเนื้อบนใบหน้าเด็กอีกด้วย

แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อพ่อแม่ผู้ปกครองตัดสินพาบุตรหลานของท่านเข้ารับการจัดฟันในเด็กด้วยการใช้เครื่องมือ EF LINEแล้ว สิ่งที่สำคัญก็คือ การดูแลรักษาความสะอาด วิธีการปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของทันตแพทย์ระหว่างการจัดฟัน ซึ่งเป็นหน้าที่ของพ่อแม่ผู้ปกครองที่จะต้องคอยแนะนำดูแลและสอนให้เด็กรู้จักดูแลเรื่องของความสะอาดของฟัน โดยเฉพาะในเรื่องของการสวมใส่เครื่องมือการจัดฟัน

ในข้อนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะ  เด็กจะต้องสวมใส่เครื่องมือการจัดฟัน EF LINE ตลอดทั้งวันแม้ขณะนอนหลับก็ต้องสวมใส่ ซึ่งคำถามที่หลายคนสงสัยว่า ถ้าหากเด็กไม่สวมใส่เครื่องมือการจัดฟัน EF LINE จะส่งผลอย่างไรต่อฟันของเด็ก ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องของการสวมใส่เครื่องมือ EF LINE ว่ามีผลอย่างไรต่อฟันของลูก ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า สิ่งสำคัญที่สุดในการให้บุตรหลานของท่านใส่ EF Line คือ บุตรหลานของท่านต้องมีอายุ 4 ปี ขึ้นไป แต่ถ้าจะให้ได้ผลดีและมีประสิทธิภาพสูงที่สุด

ในการใช้เครื่องมือ EF LINE ควรใช้กับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 14 ปี เพราะเด็กในวัยนี้ยังให้ความร่วมมือกับทันตแพทย์ในการรักษาได้ไม่ดีเท่าที่ควร ต้องอาศัยคำแนะนำของพ่อแม่ผู้ปกครองด้วย เพื่อให้เด็กได้เห็นถึงความสำคัญในการสวมใส่เครื่องมือ และในขณะที่ใช้เครื่องมือ EF Line จะต้องอยู่ในการดูแลของทันตแพทย์อย่างใกล้ชิด ต้องมาตามนัดทันตแพทย์ เพื่อจะได้รับคำแนะนำที่ถูกต้อง

และมีประสิทธิภาพสูงที่สุดนั่นเอง ส่วนคำถามที่ว่า หากเด็กไม่ใส่เครื่องมือ EF LINE จะมีผลอย่างไร แน่นอนว่าถ้าเด็กไม่สวมใส่เครื่องมือ ก็จะทำให้ผลการรักษาในการจัดฟันในเด็กล้มเหลว หรืออาจจะทำให้เด็กมีฟันและโครงหน้าที่ผิดปกติและจะทำให้เกิดการรักษายากขึ้นมากในอนาคต เพราะฉะนั้น วินัยในการสวมใส่เครื่องมือ EF LINE จึงมีความสำคัญมากในการจัดฟันในเด็กที่มีอายุ 4 ปีขึ้นไป

อย่างไรก็ตาม พ่อแม่ผู้ปกครอง ควรที่จะสอนให้ลูกรู้จักวิธีการดูแลรักษาความสะอาดฟันอย่างถูกวิธี ควรปลูกฝังให้เด็กตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องของสุขภาพช่องปากและฟัน เพื่อที่จะได้ไม่มีปัญหาฟันในอนาคต มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

หากท่านสนใจพาบุตรหลานของท่านเข้ารับการจัดฟันในเด็กด้วย EF Line สามารถติดต่อขอรับคำแนะนำได้ที่คลินิก เพราะทางเรามีทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการทันตกรรมในเด็ก สามารถให้คำปรึกษาได้อย่างถูกต้อง เพราะเราอยากให้เด็กมีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดี เพื่อที่จะได้ใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างเต็มที่มากขึ้น

11
9 ขั้นตอนการใส่สายยางให้อาหารสายยางผู้ป่วยทางจมูก

การใส่สายยางให้อาหารทางจมูก (Nasogastric Tube Insertion) เป็นหัตถการที่ต้องอาศัย ความเชี่ยวชาญ ความนุ่มนวล และความปลอดภัยสูงสุด เนื่องจากหากใส่ผิดตำแหน่งอาจเกิดอันตรายถึงชีวิต (เข้าหลอดลมหรือปอด)


⚠️ คำเตือนสำคัญ: หัตถการนี้ "ต้องทำโดยบุคลากรทางการแพทย์หรือผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมมาแล้วเท่านั้น" ห้ามทำเองที่บ้านหากไม่มีความเชี่ยวชาญเด็ดขาด นี่คือขั้นตอนมาตรฐานเพื่อความเข้าใจครับ:

9 ขั้นตอนมาตรฐานการใส่สายยาง (Standard Procedure)

การประเมินและอธิบายขั้นตอน: ประเมินความพร้อมของผู้ป่วย แจ้งให้ทราบถึงเหตุผลและขั้นตอนการทำ เพื่อลดความวิตกกังวล และขอความร่วมมือผู้ป่วยในการช่วยกลืนขณะใส่สาย

การจัดท่าทาง (Positioning): ปรับเตียงให้ผู้ป่วยอยู่ใน ท่านั่งหรือกึ่งนั่งกึ่งนอน (Fowler’s position) ศีรษะและลำตัวตั้งตรง เพื่อช่วยให้สายยางผ่านลงสู่หลอดอาหารได้ง่ายขึ้นและลดโอกาสสำลัก

การวัดความยาวสาย: วัดความยาวสายจาก "ปลายจมูก ไปยังติ่งหู และลงมายังลิ้นปี่ (Xiphoid process)" แล้วใช้ปากกาหรือเทปกาวทำเครื่องหมายไว้ที่สายยาง เพื่อกำหนดระยะการสอดที่ถูกต้อง

การเตรียมอุปกรณ์และหล่อลื่น: ใส่ถุงมือสะอาด เตรียมสายยาง หล่อลื่นปลายสายด้วยสารหล่อลื่นชนิดละลายน้ำ (Water-soluble lubricant) เพื่อลดการระคายเคืองต่อเยื่อบุจมูกและคอ

การสอดสาย (Insertion): สอดสายยางเข้าไปทางรูจมูกที่ผ่านการตรวจสอบว่าโล่งกว่า เมื่อสายผ่านถึงคอหอย ให้บอกผู้ป่วย "เชิดคางขึ้นเล็กน้อยแล้วกลืน" (อาจให้ดื่มน้ำตามหากไม่มีข้อห้าม) เพื่อให้ฝาปิดกล่องเสียงปิดและเปิดทางให้สายยางเข้าสู่หลอดอาหารแทนหลอดลม

การตรวจสอบตำแหน่ง (Verification): (ขั้นตอนนี้สำคัญที่สุด) ห้ามให้อาหารทันทีโดยไม่ตรวจเช็ก โดยวิธีมาตรฐานคือ:

การดูดน้ำย่อยมาทดสอบค่า pH (ต้องเป็นกรด)

การส่งเอกซเรย์ (X−ray) เพื่อยืนยันว่าปลายสายอยู่ในกระเพาะอาหารจริง

การยึดสาย (Fixation): เมื่อมั่นใจว่าอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง ให้ใช้พลาสเตอร์ยึดสายยางติดกับจมูกหรือแก้มให้แน่นหนา เพื่อป้องกันสายเลื่อนหลุด

การเช็กความเรียบร้อยและบันทึกข้อมูล: ระบุความลึกของสายยางที่เหลืออยู่ (เช่น ขีดที่กี่เซนติเมตรตรงรูจมูก) เพื่อใช้ตรวจสอบในมื้อถัดไป และบันทึกเวลา ขนาดสาย และการตอบสนองของผู้ป่วย

การทำความสะอาดและดูแล: ปิดจุกสายยางให้สนิท และให้ความรู้แก่ญาติเกี่ยวกับการดูแลรักษาความสะอาดรอบจมูกและการเช็กตำแหน่งสายก่อนให้อาหารทุกมื้อ


⚠️ ข้อควรระวังระดับวิกฤต (Critical Safety Rules)

ถ้าผู้ป่วยไอแรง หายใจหอบ หน้าเขียว หรือพูดไม่ได้ในขณะสอดสาย: ให้หยุดสอดทันทีและดึงสายออกทันที เพราะนั่นคือสัญญาณว่าสายยางหลุดเข้าหลอดลมหรือปอด

ห้ามใช้แรงดัน: อย่าพยายามดันสายหากรู้สึกต้าน เพราะอาจทำให้เยื่อบุหลอดอาหารฉีกขาดหรือเลือดออกได้

การเช็กตำแหน่งก่อนมื้ออาหาร: การใส่สายสำเร็จเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ในทุกวันก่อนให้อาหาร ผู้ดูแลต้องเช็กขีดมาร์กที่จมูกเสมอ หากขีดเลื่อนออกมาให้ถือว่ามีความเสี่ยงสายเคลื่อน ต้องให้พยาบาลประเมินซ้ำ


คำแนะนำสำหรับผู้ดูแล:

หากคุณแม่กำลังดูแลผู้ป่วยที่มีสายยางจมูกอยู่ การเฝ้าสังเกตขีดเครื่องหมายที่จมูกทุกวันคือหน้าที่ที่สำคัญที่สุดค่ะ หากรู้สึกว่าสายยางเริ่มแข็ง สกปรก หรือมีคราบฝังแน่น ให้ปรึกษาพยาบาลเพื่อเปลี่ยนสายใหม่ตามรอบ (ปกติประมาณ 1-2 เดือน) เพื่อลดการระคายเคืองคอของผู้ป่วยครับ

12
ข้อดี ของการให้ อาหารทางสายยาง สำหรับผู้ป่วย !

การตัดสินใจให้สารอาหารทางสายยาง (Tube Feeding หรือ Enteral Nutrition) ถือเป็นทางเลือกและเครื่องมือทางการแพทย์ที่มี "ประโยชน์มหาศาล" ต่อตัวผู้ป่วยและช่วยลดความวิตกกังวลของผู้ดูแลได้ดีที่สุดค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรายที่ไม่สามารถทานอาหารทางปากได้อย่างเพียงพอ

นี่คือ ข้อดีและประโยชน์หลักๆ 5 ข้อ ของการให้สารอาหารทางสายยางที่คุณแม่และผู้ดูแลควรรู้ไว้ เพื่อความมั่นใจในการดูแลคนที่รักค่ะ:

1. ฟื้นฟูร่างกายและป้องกันภาวะขาดสารอาหาร (Malnutrition)
นี่คือข้อดีที่สำคัญที่สุดค่ะ เมื่อผู้ป่วยทานอาหารเองไม่ได้ ร่างกายจะเริ่มดึงพลังงานและสลายมวลกล้ามเนื้อออกมาใช้ ทำให้ร่างกายซูบผอม อ่อนแอ และอวัยวะต่างๆ ทำงานแย่ลง การให้อาหารทางสายยางจะช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบ 5 หมู่ ไม่ว่าจะเป็นโปรตีน คาร์โบไฮเดรต หรือไขมันดี ในปริมาณแคลอรี (Calories) ที่เพียงพอและคงที่ในทุกๆ วัน ช่วยคงน้ำหนักตัวและช่วยให้ผู้ป่วยมีเรี่ยวแรงในการใช้ชีวิตมากขึ้นค่ะ

2. เสริมภูมิคุ้มกันและช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น
สารอาหารที่คำนวณมาอย่างดี (เช่น สูตรโปรตีนผสมจากนมและถั่วเหลือง หรือสูตรซุปอกไก่ปั่นธรรมชาติ) จะมีกรดอะมิโนจำเป็นในปริมาณสูง ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักที่ร่างกายนำไปใช้เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันเพื่อต่อสู้กับโรคแทรกซ้อน และที่สำคัญมากๆ สำหรับผู้ป่วยติดเตียงคือ สารอาหารเหล่านี้จะช่วยเรื่อยๆ ในการ ซ่อมแซมและสมานแผลกดทับ หรือแผลผ่าตัด ให้แห้งและหายไวขึ้นอย่างเห็นได้ชัดค่ะ

3. ลดความเสี่ยงในการสำลักอาหารขึ้นปอด (Aspiration)
สำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องการกลืนรุนแรง เช่น ผู้ป่วยอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อม การฝืนป้อนอาหารทางปากจะอันตรายมากเพราะเสี่ยงต่อการที่อาหารจะหลุดเข้าสู่หลอดลม นำไปสู่โรค ปอดบวมหรือปอดติดเชื้อจากการสำลัก (Aspiration Pneumonia) ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต การให้สารอาหารทางสายยาง (โดยเฉพาะสาย NG Tube ทางจมูก) จึงเป็นช่องทางที่ปลอดภัยที่สุดในการส่งอาหารตรงสู่กระเพาะโดยไม่ผ่านระบบการกลืนค่ะ

4. รักษาการทำงานของระบบทางเดินอาหารให้สมดุล (Maintain Gut Function)
ในทางการแพทย์ การให้สารอาหารเข้าสู่กระเพาะอาหารโดยตรง มีข้อดีกว่าการให้สารอาหารทางเส้นเลือดดำอย่างมากค่ะ เพราะเมื่อมีอาหารตกถึงท้อง จะช่วยกระตุ้นให้ลำไส้มีการบีบตัว ย่อย และดูดซึมสารอาหารตามกลไกธรรมชาติ ช่วยป้องกันไม่ให้ผนังลำไส้ฝ่อตัว และลดความเสี่ยงที่เชื้อโรคในลำไส้จะหลุดรอดเข้าสู่กระแสเลือดได้เป็นอย่างดี ระบบขับถ่ายของผู้ป่วยก็จะทำงานได้เป็นปกติด้วยค่ะ

5. เป็นช่องทางในการให้ยาที่สะดวกและแม่นยำ
ผู้ป่วยหลายท่านจำเป็นต้องทานยาเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน การให้ยาทางปากในผู้ป่วยที่กลืนยากมักจะทุลักทุเลและเสี่ยงต่อการคายหรือสำลักยา การมีสายยางจะช่วยให้ผู้ดูแลสามารถบดยาละลายน้ำแล้วให้อาหารและยาผ่านสายยางได้อย่างง่ายดาย ทำให้มั่นใจได้ว่าผู้ป่วยจะได้รับยาครบถ้วนตรงตามเวลาที่คุณหมอสั่งเป๊ะๆ ค่ะ

13
ทอดมันปลา ขายอาหารสร้างอาชีพ รสชาติหอมเครื่องแกง เนื้อสัมผัสที่เด้งดึ๋ง

ทอดมันปลาเป็นหนึ่งในเมนูที่ต้องลอง สะท้อนถึงรสชาติอันกลมกล่อมของไทยได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทอดมันปลารสชาติกลมกล่อมนี้ หอมกลิ่นเครื่องแกงแดงผสมผสานกับสมุนไพรสด ทอดจนเหลืองกรอบ อร่อยจนหยุดไม่ได้ สัมผัสความกรอบนอกนุ่มใน ฉ่ำน้ำไม่เหนียวเหนอะหนะแม้ปรุงด้วยเทคนิคที่ถูกต้องด้วยรสชาติที่จัดจ้าน หอมเครื่องแกงและเนื้อสัมผัสที่เหนียวนุ่มอร่อยถูกปากคนไทย

ทอดมันปลาเป็นอาหารยอดนิยมที่ทำง่าย แต่ต้องใช้เทคนิคเล็กน้อยเพื่อให้ได้รสชาติที่ดีและเนื้อสัมผัสที่น่าพอใจ เคล็ดลับความอร่อยของทอดมันปลาไทย
การเลือกปลาสด
หัวใจสำคัญของทอดมันปลาอยู่ที่ตัวปลา ตามธรรมเนียมแล้วจะใช้ปลาเนื้อขาวเนื้อแน่น เช่น ปลาช่อน ปลานิล หรือปลาแมคเคอเรล เนื้อปลาควรสับละเอียดเพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่เนียนลื่น ปลาสดทำให้เนื้อเค้กมีความเด้งและเหนียวนุ่มเป็น เอกลักษณ์ ซึ่งคนไทยเรียกว่า “เนื้อเด้ง” (เนื้อสัมผัสที่เด้งดึ๋ง)

เครื่องแกงเผ็ด
เครื่องแกงแดงไทยช่วยเพิ่มรสชาติ มีส่วนผสมของพริกแห้ง ตะไคร้ ข่า เปลือกมะกรูด กระเทียม และหอมแดง เมื่อผสมกับปลาจะเพิ่มกลิ่นหอมเข้มข้นและรสเผ็ดเล็กน้อย ทำให้ทุกคำอร่อยถูกใจ

ส่วนผสมสมุนไพรหอม
ใบมะกรูดหั่นบาง ๆ และถั่วฝักยาวหั่นละเอียด นำมาคลุกเคล้ากับเนื้อปลา ใบมะกรูดเพิ่มความสดชื่นด้วยกลิ่นส้ม ในขณะที่ถั่วฝักยาวให้ความกรุบกรอบตัดกับเนื้อปลาที่เคี้ยวหนึบ

เทคนิคการปรุงอาหาร
เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ทอดมันเยิ้ม น้ำมันต้องร้อนพอเหมาะก่อนทอด การใช้ไฟปานกลางถึงสูงจะช่วยให้ทอดสุกเร็ว เคลือบผิวหน้าแน่นแต่ยังคงความชุ่มชื้นและยืดหยุ่นได้ดี ทอดมันปลาที่สุกดีจะมีสีน้ำตาลทอง รสชาติกลมกล่อม และเบา ไม่อมน้ำมัน

เสน่ห์ของอาหารริมทาง
ในประเทศไทย ทอดมันปลามักขายตามแผงลอย เสิร์ฟร้อนๆ พร้อมน้ำจิ้มพริกหวานโรยหน้าด้วยแตงกวาและถั่วลิสงบด รสชาติกลมกล่อม เผ็ด เผ็ด หวาน และเปรี้ยวทำให้เป็นอาหารว่างหรืออาหารเรียกน้ำย่อยที่ใครๆ ก็ติดใจ นอกจากนี้ยังนิยมรับประทานคู่กับข้าวเหนียวหรือข้าวหอมมะลินึ่งเพื่อเพิ่มความอิ่มท้องอีกด้วย

ทำไมคุณถึงจะรักมัน
รสชาติเข้มข้น – การผสมผสานระหว่างพริกแกงและสมุนไพรทำให้มีกลิ่นหอมจนไม่อาจต้านทานได้
เนื้อสัมผัสที่สมบูรณ์แบบ – เค้กปลาที่เด้งดึ๋งและฉ่ำพร้อมกับความกรุบกรอบเล็กน้อยจากผัก
ทางเลือกในการปรุงอาหารเพื่อสุขภาพ – เมื่อทอดอย่างถูกวิธีแล้ว จะไม่ดูดซับน้ำมันมากนัก
ประสบการณ์ Street Food – การรับประทานอาหารทอดมันปลาริมถนนจะทำให้คุณได้ใกล้ชิดกับวัฒนธรรมอาหารไทยมากขึ้น

เคล็ดลับ
ใช้ปลาสด: ควรใช้ปลาที่สดใหม่ จะได้เนื้อสัมผัสที่ดีและไม่มีกลิ่นคาว

นวดให้เหนียว: การนวดทอดมันนานๆ จนเหนียวเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ทอดมันเด้งและไม่ร่วน

ใช้น้ำเย็นจัด: การใช้น้ำเย็นจัดจะช่วยให้ทอดมันขึ้นฟูและไม่แข็งกระด้าง

ทอดด้วยไฟอ่อน: การทอดด้วยไฟอ่อนจะทำให้ทอดมันสุกทั่วถึงทั้งข้างในและข้างนอก และไม่อมน้ำมัน

น้ำจิ้ม: ทอดมันจะอร่อยยิ่งขึ้นเมื่อทานคู่กับน้ำจิ้มอาจาด หรือน้ำจิ้มไก่หวาน

อาหารสตีทฟู้ด: หากทำขายเป็นอาหารสตีทฟู้ด อาจจะปรับเพิ่มขนาดของทอดมันให้เล็กลง เพื่อจะได้ทอดให้สุกง่ายและรวดเร็วขึ้น

ทอดมันปลา (ทอดมันปลา) ไม่ได้เป็นเพียงของทอดธรรมดาๆ แต่เป็นประสบการณ์ทางอาหารที่สะท้อนศิลปะอาหารริมทางของไทยด้วยส่วนผสมที่ลงตัวของเครื่องแกง สมุนไพรสด และการทอดอย่างพิถีพิถัน ทำให้ทอดมันปลามีรสชาติเข้มข้นแต่ไม่เหนียวหรือเลี่ยน ไม่ว่าคุณจะทานเป็นของว่างทานเล่นจากร้านอาหารริมทางหรือทำกินเองที่บ้าน ทอดมันปลาคือเมนูที่สะท้อนถึงหัวใจของอาหารไทยได้อย่างแท้จริง


14
ผลข้างเคียงจากการให้อาหารสายยางคืออะไร

การให้อาหารทางสายยางแม้จะเป็นวิธีที่ช่วยให้ผู้ป่วยได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน แต่ก็อาจเกิด "ผลข้างเคียง" ได้หากการจัดการไม่สมดุลหรือระบบร่างกายของผู้ป่วยมีการเปลี่ยนแปลงครับ

เราสามารถแบ่งผลข้างเคียงออกเป็น 3 ด้านหลัก เพื่อให้คุณเฝ้าระวังและรับมือได้อย่างมืออาชีพดังนี้ครับ

1. ผลข้างเคียงทางระบบทางเดินอาหาร (Gastrointestinal)

เป็นกลุ่มอาการที่พบบ่อยที่สุด และจัดการได้ง่ายหากสังเกตเห็นเร็วครับ

ท้องอืด แน่นท้อง (Bloating): เกิดจากอาหารค้างในกระเพาะนานเกินไป หรือมีลมเข้าขณะให้อาหาร

ท้องเสีย (Diarrhea): อาจเกิดจากสูตรอาหารเข้มข้นเกินไป (Hypertonic), อาหารปนเปื้อนเชื้อโรค, หรือผู้ป่วยได้รับยาปฏิชีวนะนานๆ จนจุลินทรีย์ดีในลำไส้ลดลง

ท้องผูก (Constipation): มักเกิดจากการได้รับน้ำไม่เพียงพอ หรืออาหารมีกากใยน้อยเกินไป

คลื่นไส้ อาเจียน (Nausea/Vomiting): เกิดจากการให้อาหารเร็วเกินไป หรือจัดท่าทางผู้ป่วยไม่เหมาะสม (นอนราบเกินไป)


2. ผลข้างเคียงทางกายภาพและอุปกรณ์ (Mechanical)

เกิดจากตัวสายยางและการระคายเคืองเฉพาะจุด:

แผลกดทับบริเวณจมูก: การติดพลาสเตอร์ที่แน่นเกินไปหรือสายกดทับรูจมูกนานๆ ทำให้ผิวหนังอักเสบหรือเป็นแผล

ไซนัสอักเสบหรือเจ็บคอ: การใส่สายทางจมูก (NG Tube) นานๆ อาจระคายเคืองเนื้อเยื่อในลำคอและโพรงจมูก

สายอุดตัน (Tube Clogging): เกิดจากการล้างสาย (Flush) ไม่สะอาดหลังให้อาหาร หรือบดยาไม่ละเอียดพอ


3. ผลข้างเคียงทางระบบร่างกายที่รุนแรง (Metabolic & Respiratory)

เป็นภาวะที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเพราะอาจอันตรายถึงชีวิต:

ปอดอักเสบจากการสำลัก (Aspiration Pneumonia): อันตรายที่สุด เกิดจากอาหารไหลย้อนกลับเข้าสู่หลอดลม มักพบในผู้ป่วยที่นอนราบขณะให้อาหารหรือสายเลื่อนหลุดผิดตำแหน่ง

ภาวะ Refeeding Syndrome: พบบ่อยในผู้ป่วยที่ขาดสารอาหารมานาน แล้วได้รับอาหารในปริมาณมากทันที ทำให้ระดับเกลือแร่ในเลือด (ฟอสฟอรัส, โพแทสเซียม) ต่ำลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลต่อการทำงานของหัวใจ

น้ำตาลในเลือดสูง (Hyperglycemia): หากได้รับสูตรอาหารที่มีน้ำตาลสูงเกินความสามารถในการจัดการของร่างกาย

ตารางสรุป: สัญญาณเตือนภัย (Red Flags)

อาการที่พบ                              สิ่งที่ต้องรีบทำ

ไอ หน้าเขียว ขณะให้อาหาร   หยุดให้ทันที และรีบดูดเสมหะ/พบแพทย์ (เสี่ยงสำลัก)
ท้องตึงแข็ง ดูดน้ำย่อยค้างได้เยอะ   เลื่อนมื้ออาหารถัดไป และปรึกษานักกำหนดอาหาร
ถ่ายเหลวเกิน 3 ครั้ง/วัน           เช็กความสะอาด และเปลี่ยนภาชนะบรรจุอาหารใหม่
ผิวหนังรอบสายมีหนองหรือแดง   ทำความสะอาดด้วยน้ำเกลือและแจ้งพยาบาล

15
บริการทำความสะอาด: ทำห้องนั่งเล่นให้สะอาดตา เป็นที่น่าประทับใจ

การดูแลรักษาความสะอาดของที่อยู่อาศัย หรือแม้กระทั่งภายในอาคารสำนักงานถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะความสะอาดเป็นสิ่งแรกที่แขกจะได้สัมผัสและทำให้เกิดความประทับใจได้หลายคนที่อาจจะเคยไปในสำนักงานต่างๆ ก็มักจะคุ้นเคยกับบรรยากาศภายในห้องรับแขก
ที่จะต้องดูดีและสะอาดตาอยู่เสมอ เพราะห้องรับแขก เป็นสถานที่ที่ใช้รองรับแขกที่จะเดินทางมาในสถานทีนั้นๆแน่นอนว่า ความสะอาดภายในห้องรับรองแขก ก็ส่งผลต่อองค์กรนั้นๆ

ดังนั้น ห้องรับแขกจะต้องมีความสะอาดอยู่ตลอดเวลา เพราะถือว่าเป็นส่วนหน้าของสถานที่นั้นๆดังนั้น การจัดและตกแต่งห้องรับแขกควรจัดให้สวยงามและดูสะดวกสบายเพื่อให้แขกที่มาเยือนรู้สึกประทับใจ

สำหรับวันนี้เราจะมาพูดถึงการทำความสะอาดห้องรับแขกให้ดูสะอาดสบายตาและช่วยสร้างความประทับใจแรกแก่ผู้มาเยือน สำหรับห้องรับแขกนั้นภายในห้องจะมีด้วยกันหลายส่วน เพราะฉะนั้นภายในห้องรับแขกเราก็จะต้องทำให้ทุกส่วนดูเป็นระเบียบเรียบร้อยด้วย

สำหรับการทำความสะอาดห้องรับแขกนั้นในส่วนแรกที่แขกของเราจะเข้ามาสัมผัสเลยนั่นก็คือ บริเวณพรม เพราะเมื่อแขกเดินเข้าสู่ห้องรับแขก
ซึ่งก็จะมีเศษดินหรือฝุ่นผงต่างๆที่ติดอยู่บริเวณรองเท้าเข้ามาสู่ห้องรับแขกดังนั้นการมีพรมเช็ดเท้าวางไว้สักผืนที่อยู่หน้าประตู จึงเป็นตัวช่วยที่ดีมากทีเดียว
แต่ทั้งนี้เนื่องจากพรมเช็ดเท้านั้นมีมากมายหลายแบบจึงควรเลือกแบบที่สามารถเช็ดคราบสกปรกออกจากฝ่าเท้าได้อย่างหมดจดมากที่สุดและที่สำคัญสีสันของพรมเช็ดเท้าก็ควรเข้ากับสีสันของห้องรับแขกด้วย

ดังนั้น พรมเช็ดเท้าจะต้องมีการทำความสะอาดบ่อยกว่าจุดอื่นเพราะเป็นส่วนที่สกปรกได้ง่าย เพราะฉะนั้นวิธีการทำความสะอาดพรมเราก็สามารถ
ใช้ลูกกลิ้งทำความสะอาด หรือ เครื่องดูดฝุ่น เพื่อกำจัดสิ่งสกปรกต่างๆเหล่านี้ออกได้แต่ก็ควรทำความสะอาดเป็นประจำทุกวันหรือวันเว้นวันก็ได้

จุดต่อมาของห้องรับแขกที่เราจะต้องทำความสะอาดอยู่เสมอนั่นก็คือ โซฟาหรือโต๊ะเก้าอี้ที่ใช้รองรับแขก  เพราะเฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่ที่อยู่ภายในห้องรับแขกนั่นมักจะถูกจัดอยู่ชิดกับผนังห้อง ก็อาจจะทำให้เกิดการสะสมของฝุ่นอย่างหนาแน่นซึ่งก็จะเป็นการเพิ่มภาระในการทำความสะอาดให้กับเหล่าแม่บ้านได้มากทีเดียว

ดังนั้น ในจุดนี้ก็ควรได้รับการทำความสะอาดเป็นประจำทุกวัน เพื่อให้ภายในห้องรับแขกของคุณมีความสะอาดอยู่เสมอ รวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ เช่น โคมไฟแม่บ้านควรทำความสะอาดโคมไฟอย่างสม่ำเสมอ เพื่อขจัดฝุ่นออกให้หมดซึ่งหากปล่อยไว้นานกว่านั้น ก็อาจจะทำให้โคมไฟกลายเป็นแหล่งสะสมฝุ่นชั้นยอดเลยดังนั้น แม่บ้านควรทำความสะอาด ปัดกวาดเช็ดถูเป็นประจำเพื่อลดการสะสมของฝุ่นและช่วยป้องกันไม่ไห้เกิดเชื้อโรคสะสมด้วยเพียงเท่านี้ก็จะทำให้ห้องรองรับแขกของคุณดูสะอาดตา และสร้างความประทับใจแก่แขกได้แล้ว

เห็นมั้ยว่า วิธีการทำความสะอาดห้องรับแขกนั้น สามารถทำได้ง่ายมากเพียงหมั่นทำความสะอาดก็จะช่วยลดการสะสมของฝุ่นและเชื้อโรคได้แถมไม่ต้องเปลืองแรงที่จะต้องทำความสะอาดครั้งใหญ่เลยนอกจากจะทำให้ห้องรับแขกที่ความเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้วยังช่วยทำให้สุขภาพของผู้มาเยือนดีด้วย

ทางเรา อยากให้ทุกคนได้อาศัยอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี ที่มีความสะอาดเพื่อช่วยให้เราได้มีสุขภาพที่ดี ห่างไกลจากเชื้อโรคและมีคุณภาพชีวิตที่ดีทางเรามีบริการทำความสะอาดพื้นที่สาธารณะเพื่อให้ทุกคนได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่สะอาดมีบรรยากาศที่ดี เพราะเราห่วงใยในความปลอดภัยของลูกค้าเพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในทุกสภาพแวดล้อม

ทั้งนี้ เรายังได้มีการคัดสรรสิ่วที่จะนำมาใช้ในการทำความสะอาดเพื่อให้เหมาะสมกับสถานที่นั้นๆมากที่สุด เพื่อให้ทุกคนได้ปลอดภัยและลดความเสี่ยงของการสัมผัสเชื้อโรค ยิ่งในสถานการณ์ในปัจจุบันที่มีการแพร่ระบาดของโควิด 19เรายิ่งต้องใส่ใจในเรื่องของความสะอาดของลูกค้ามาเป็นอันดับหนึ่งเพื่อให้ลูกค้าของเรามีความปลอดภัย และได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีอากาศบริสุทธิ์ปราศจากเชื้อโรค และสามารถป้องกันการแพร่เชื้อได้

หน้า: [1] 2 3 ... 50